Home World Explorer “พุกาม” เมืองมรดกโลกที่ก่อนตายต้องไปสักครั้ง!

“พุกาม” เมืองมรดกโลกที่ก่อนตายต้องไปสักครั้ง!

ชื่อของสถานที่ แล้วตามด้วยคำว่า “ที่ต้องไป หรือที่ต้องเห็นก่อนตาย” โด่งดังมาจากหนังสือท่องเที่ยวระดับ Best Seller การันตีโดยนิวยอร์กไทม์ส ชื่อ 1,000 places to see before you die เมื่อประมาณ 15 ปีก่อน

ถ้อยคำดังกล่าวไม่ใช่คำโปรยของหนังสยองขวัญ แต่เป็นประโยคที่สื่อความหมายให้เกิดความรู้สึกกระแทกใจแรง ๆ ว่า สถานที่นั้นน่ะ คุณต้องไปสักครั้งในชีวิตนะ ไม่งั้นยังตายไม่ได้ เกิดมามีชีวิตแล้วไม่คุ้มถ้าไม่ไปที่นี่ (แต่โลกความเป็นจริง คือ ต้องดูเงินในกระเป๋าด้วย ไม่งั้นจะตายก่อนได้ไป .. ฮา)

พุกาม (Bagan) เมืองโบราณแห่งเมียนมา ก็ติดอันดับในหนังสือเล่มนั้น และเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2019 ที่ผ่านมา เมืองเจดีย์สองพันองค์ก็เปล่งประกายเฉิดฉายยิ่งกว่าเดิม ด้วยการได้รับสถานะเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโก

ดังนั้น พุกาม จึงเสมือนได้รับการอัปเลเวลไปแบบก้าวกระโดดอีกครั้ง ด้วยเหตุผลความเป็นเมืองที่ต้องไปก่อนตายจากหนังสือยอดฮิต มาผสมกับความเป็นเมืองมรดกโลก

ชื่อของสถานที่ แล้วตามด้วยคำว่า “ที่ต้องไป หรือที่ต้องเห็นก่อนตาย” โด่งดังมาจากหนังสือท่องเที่ยวระดับ Best Seller การันตีโดยนิวยอร์กไทม์ส ชื่อ 1,000 places to see before you die เมื่อประมาณ 15 ปีก่อน

ถ้อยคำดังกล่าวไม่ใช่คำโปรยของหนังสยองขวัญ แต่เป็นประโยคที่สื่อความหมายให้เกิดความรู้สึกกระแทกใจแรง ๆ ว่า สถานที่นั้นน่ะ คุณต้องไปสักครั้งในชีวิตนะ ไม่งั้นยังตายไม่ได้ เกิดมามีชีวิตแล้วไม่คุ้มถ้าไม่ไปที่นี่ (แต่โลกความเป็นจริง คือ ต้องดูเงินในกระเป๋าด้วย ไม่งั้นจะตายก่อนได้ไป .. ฮา)

พุกาม (Bagan) เมืองโบราณแห่งเมียนมา ก็ติดอันดับในหนังสือเล่มนั้น และเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2019 ที่ผ่านมา เมืองเจดีย์สองพันองค์ก็เปล่งประกายเฉิดฉายยิ่งกว่าเดิม ด้วยการได้รับสถานะเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโก

ดังนั้น พุกาม จึงเสมือนได้รับการอัปเลเวลไปแบบก้าวกระโดดอีกครั้ง ด้วยเหตุผลความเป็นเมืองที่ต้องไปก่อนตายจากหนังสือยอดฮิต มาผสมกับความเป็นเมืองมรดกโลก

กลุ่มเจดีย์ที่ว่า อยู่ในเขตเมืองเก่าพุกาม เป็นหลักฐานความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักร และความศรัทธาแห่งพุทธศาสนา ซึ่งแต่เดิมพุกามก็นับเป็นหนึ่งในอาณาจักรสำคัญในช่วง พ.ศ. 1587 – 1830 ครองความยิ่งใหญ่อยู่กว่า 200 ปี และมีกษัตริย์ถึง 11 พระองค์ ก่อนที่สงครามที่แผ่ขยายมาจากจีน นำโดยราชวงศ์หยวนที่สืบเชื้อสายจากมองโกลจะกรีธาทัพเข้ามาจนอาณาจักรแห่งเจดีย์นั้นล่มสลายไป

อย่างไรก็ตาม เจดีย์นับพันนั้นยังคงอยู่ จึงเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเยือนไม่เคยว่างเว้น  โดยเมื่อก่อนนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปบนเจดีย์องค์ใหญ่ ๆ ได้ด้วย เพื่อชมความงามของพระอาทิตย์ขึ้นและตกจากบนเจดีย์ ซึ่งงดงามคุ้มค่าแก่ชีวิตมาก ๆ แต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อราว 3-4 ปีก่อน ก็เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทางการเมียนมา ไม่อนุญาตให้มีการขึ้นไปบนเจดีย์ได้อีก ทั้งนี้นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว ก็เพื่อเหตุผลในการอนุรักษ์โบราณสถานด้วย (เพราะคนขึ้นไปกันเยอะมากจริง ๆ)

(บรรยากาศในยุคก่อน ที่ยังอนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปบนเจดีย์ใหญ่ ๆ ได้)

แต่แม้ว่าจะปีนขึ้นเจดีย์ไม่ได้แล้ว ทางการเมียนมาก็แก้ปัญหาให้นักท่องเที่ยวด้วยวิธีสร้างเนินดินกึ่งถาวร เสมือนภูเขาขนาดย่อม ๆ ให้เดินขึ้นไปยืนชมทัศนียภาพเจดีย์ในมุมกว้างแทน ถึงแม้จะขาดอรรถรสแบบเดิมไปบ้าง แต่ก็ยังงดงามสมราคา และถือว่าเป็นการช่วยกันอนุรักษ์ให้มรดกล้ำค่าอยู่คู่เมืองไปนาน ๆ

เรื่องการอนุรักษ์เจดีย์และโบราณสถานต่าง ๆ ถือเป็นข้อสำคัญที่ทางการเมียนมาเริ่มมาเดินเครื่องเข้มข้นไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะความจริงแล้ว พุกาม ถูกเสนอชื่อเป็นมรดกโลกมานานนับสิบ ๆ ปี แต่การอนุรักษ์ที่ผิดวิธี ไม่ได้เป็นไปตามกรอบของยูเนสโก ซึ่งเหตุผลข้อนี้สำคัญมาก ดังที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เคยเกิดปัญหาเรื่องพ่อค้าแม่ค้าไปรุกล้ำที่โบราณสถานมาก่อน จนถูกเตือนเรื่องสถานะมรดกโลก นอกจากนี้ รวมถึงดราม่าการเมืองที่เมียนมาเป็นประเทศปิดมาเสียนาน ก็ทำให้กว่าจะได้เป็นมรดกโลก ก็ต้องเดินทางข้ามกาลเวลามานับทศวรรษ

เรื่องของการชมเจดีย์ นอกจากยืนชมวิวตามจุดที่กำหนดแล้ว ใครมีเงินถุงเงินถังซัก 300 ดอลลาร์ ก็สามารถขึ้นบอลลูนชมความสวยงามจากมุมมองนกได้หรูหราอลังการ หรือใครอยากได้อรรถรสย้อนยุคสักหน่อย ก็สามารถสำรวจทางภาคพื้นดินด้วยการขี่ม้าชมเมืองเก่าก็ได้ เพราะมีฟาร์มม้ามาตรฐานที่ให้บริการพร้อมไกด์ท้องถิ่น นำคุณซอกแซกไปตามเจดีย์โบราณสถานกับเจ้าสี่ขาคู่ใจ ได้บรรยากาศแบบทหารเมียนมาขี่ม้าชมเมือง

นอกจากนี้ สำหรับใครที่ยังไม่เคยไปเยือนพุกาม เมืองมรดกโลกแห่งนี้ยังมีสถานที่ที่นักเดินทางได้ตื่นตาตื่นใจ ไม่น้อยไปกว่าเจดีย์โบราณกลางทุ่ง เพราะพุกาม ยังเป็นที่ตั้งของหนึ่งใน 5 มหาศักดิ์สิทธิ์ของเมียนมา นั่นคือ มหาเจดีย์ชเวสิกอง หรือเจดีย์สีทองแห่งชัยชนะ

คำว่ามหาศักดิ์สิทธิ์ ถ้าอธิบายแบบภาษาชาวบ้าน ก็คือ Top 5 ของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา ที่ชาวเมียนมายกให้เป็นที่สุดของประเทศนั่นเอง ได้แก่ เจดีย์ชเวดากอง เมืองย่างกุ้ง, พระมหามัยมุนี เมืองมัณฑะเลย์, เจดีย์ชเวมอดอร์ เมืองหงสาวดี, พระธาตุอินทร์แขวน เมืองไจก์โถ่ และเจดีย์ชเวสิกอง ในพุกาม

สำหรับมหาเจดีย์ชเวสิกอง อร่ามเรืองยิ่งใหญ่งดงามมาก เป็นเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมแบบมอญ เนื่องจากพระเจ้าอโรรธามหาราช ชนะสงครามในยุคนั้นและรวบรวมไพร่พลชาวมอญ ช่างฝีมือดี ๆ มาอยู่ในอาณาจักรจำนวนมากนั่นเอง

ถ้าจะบอกว่า ไปเที่ยวพุกาม ก็จะอิ่มเอมไปด้วยเจดีย์ วัดสวย ๆ วัดโบราณมากมาย ก็ไม่ผิดนัก เพราะยังมีวัดอนันดา วัดเก่าแก่ที่มีสถาปัตยกรรมงดงาม และพระพุทธรูปล้ำค่า วัดเล็กวัดน้อยระหว่างทางอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ เมืองพุกาม มีภูมิศาสตร์ติดกับแม่น้ำอิรวดี แม่น้ำสำคัญอีกสายที่หากมีโอกาสได้ล่องเรือไปตามแม่น้ำ ก็จะได้เห็นความงามของวิถีชีวิตริมฝั่งที่ราวกับนาฬิกาหยุดหมุนไปเมื่อหลายทศวรรษก่อน

เหตุผลสำคัญที่ควรไปเยือน พุกาม เพราะต้องยอมรับว่าการที่เมืองยังไม่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยนี่แหละเป็นเสน่ห์ที่ดึงคนทั่วโลก รวมถึงชาวไทยให้อยากไปสัมผัสกลิ่นอายอดีตตรงนั้น นอกเหนือจากวัดวาอารามสถานที่สำคัญแล้ว อย่างการแวะไปเดินชมตลาดยองอู ตลาดใหญ่ประจำเมือง ภาพความวุ่นวายภายในตลาดสดแห่งนี้ เสมือนกับเราได้เดินก้าวเข้าไปในประตูกาลเวลา ย้อนอดีตไปหลายสิบปีก่อน ในแบบที่จะไม่ได้เห็นในตลาดสดของเมืองไทยอีกแล้วในยุคนี้

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ถ้ายังไม่เคยไปพุกาม ลองไปเยือนสักครั้ง แล้วจะประทับใจจดจำไปตลอดชีวิต

ข้อมูลสำหรับมือใหม่ ที่ต้องการเดินทางไปเอง ไม่พึ่งบริษัททัวร์
– จากไทยไปเมียนมา มีบริการบินตรงไปสู่เมืองย่างกุ้ง หรือ เมืองมัณฑะเลย์
– มีเครื่องบินภายในประเทศเมียนมา จากสนามบินย่างกุ้ง หรือสนามบินมัณฑะเลย์ ไปสู่สนามบินเนียงอู (Nyaung U) เมืองพุกาม
– ถ้าประหยัดงบ ให้บินลงมัณฑะเลย์ แล้วโดยสารรถบัสไปอีกราว 5 ชั่วโมง
– ตัวเมืองพุกาม มีจักรยานยนต์ไฟฟ้า หรือจักรยาน ให้เช่าตามเกสต์เฮ้าส์ ที่พักทั่วไป หยิบแผนที่แล้วลุยเลย

– ซิมที่ใช้ในต่างประเทศ สามารถใช้การได้ดี สัญญาณโทรศัพท์ในเมียนมายุคนี้ ถือว่ารวดเร็วกว่าเมื่อก่อนมาก

– ของฝากจากพุกาม ส่วนใหญ่ก็อาจยังไม่แตกต่างจากเมืองอื่นมากนัก ยกเว้นของที่ระลึกที่มีอักษร หรือสัญลักษณ์สื่อถึงพุกามโดยเฉพาะ แต่มีทิปอย่างนึง คือ สินค้าที่ขายตามวัดใหญ่ ๆ สามารถต่อรองราคาได้ ใจแข็งเข้าไว้ เดี๋ยวก็ได้ราคาดีเอง

– ฤดูกาลแนะนำ คือ ประมาณเดือน พ.ย.-ก.พ. แม้เป็นช่วงไฮซีซั่น คนเยอะ และบริการต่างๆอาจมีราคาขยับสูงขึ้น แต่สิ่งที่ได้กลับคืนมา คือ สภาพอากาศที่เย็นสบาย เที่ยวเพลินเดินสนุก และโรแมนติกดี … เพราะพุกามเป็นเมืองที่ร้อนพอสมควรในฤดูร้อน ร้อนจนเฉาเลยล่ะ ส่วนฤดูฝนก็อาจจะเฉอะแฉะหมดสนุกไปเสียก่อน (ยังไม่มีร้านกาแฟ เก๋ๆ wi-fi แรงๆให้แวะหลบฝนนะจ๊ะ)

Comments