Home บัตรดอย รีวิวคอนเสิร์ต What the Fest 2 : เทศกาลดนตรีใหญ่ใจกลางเมือง ที่มันส์โดนใจวัยรุ่นที่สุด!

What the Fest 2 : เทศกาลดนตรีใหญ่ใจกลางเมือง ที่มันส์โดนใจวัยรุ่นที่สุด!

จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่สองแล้ว สำหรับ What the Fest เทศกาลดนตรีใหญ่ใจกลางเมือง ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งในปีนี้ก็ยังมาพร้อมไลน์อัพศิลปินหลากแนวแบบจัดเต็ม ทั้งฮิปฮอป ป็อป ร็อก ให้ได้สนุกกันตลอดสองวัน ตั้งแต่เที่ยงวันเสาร์ที่ 29 ไปจนถึงคืนวันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายนกันไปเลย

บรรยากาศหน้ารอยัลพารากอนฮอลล์เป็นไปอย่างคึกคัก มากันพร้อมหน้าตั้งแต่วัยรุ่นตอนต้นไปจนถึงผู้ใหญ่ตอนปลาย ซึ่งทางฝ่ายผู้จัดงานก็แบ่งทางเข้าเอาไว้ชัดเจนระหว่างกลุ่มผู้เข้าร่วมงานอายุต่ำกว่า 20 (ที่ไม่สามารถซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ได้) และประตูทางเข้าสำหรับผู้ชม 20+ รวมถึงประตู fast lane สำหรับบัตร VIP ที่ให้สิทธิ์ในการขึ้นไปชมคอนเสิร์ตถึงบนเวทีกับศิลปินกันเลยอีกหนึ่งช่องทาง

ก่อนจะพบกับมหกรรมดนตรี ที่ด้านหน้างานก็ต้อนรับทุกคนด้วยโซน “มูเตรู” กล่องปริศนาที่เจาะรูไว้ให้มุดหัวเข้าไปถ่ายรูปได้ พร้อมคำทำนายตามวันเกิด ให้ทุกคนได้รูปโปรไฟล์เก๋ ๆ ติดไม้ติดมือกันไป ถัดมาไม่ไกลเป็นโซน “จันทร์ไร” มุมนั่งพักพร้อมฉากดวงจันทร์ใบโตให้ถ่ายรูปเล่นด้วย ซึ่งไอ้เจ้าดวงจันทร์ลูกนี้ก็จะมีข้อความสนุก ๆ ป็อปอัพขึ้นมาคอยแซวคนถ่ายรูปด้วยอยู่ตลอดวัน

เลยมาไม่ไกล เป็นร้านน้ำหนุ่มหน้าใส “WTF Cafe” ที่ตลอดสองวันของการจัดงานจะมีนักแสดงหนุ่มขวัญใจวัยรุ่นแวะเวียนมาเสิร์ฟให้ วันแรกเป็นคิวของ เพิร์ธ-ธนพนธ์ ส่วนวันที่สองก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เจมส์-ธีรดนย์ หรือเจมี่เจมส์แห่งภาพยนตร์ฉลาดเกมส์โกง ซีรีส์เลือดข้นคนจาง และฮอร์โมน วัยว้าวุ่นนั่นเอง ซึ่งก็มีแฟนคลับมารอคอยกันเป็นจำนวนมากเพราะแต่ละวันเหล่านักแสดงรับเชิญจะมาเสิร์ฟแค่คนละ 100 แก้วเท่านั้น… ใครมาไม่ทันก็ทำได้แค่เสพย์บรรยากาศจากเพื่อนร่วมด้อมไปพลาง ๆ

โซนอื่น ๆ ยังมี “เดอะเม็ด” ห้องลูกโป่งเนื้อเพลงฮิตให้เข้าไปถ่ายรูปเล่น มีซุ้มดูดวง มี VR Game ให้เล่นฟรี รวมถึงโซนอาหารที่ตั้งเรียงรายตลอดฮอลล์ไปจนถึงข้างเวทีเล็ก

วันแรกเป็นแนว pop x hiphop ซึ่งในขณะที่พวกเราชาว The Hippo เข้ามาถึง วงเดอะปิศาจแบนด์ (The Pisatband) ก็กำลังทำการแสดงให้เหล่าชาววอทเดอะเฟสรับชมกันอย่างเพลิดเพลินอยู่พอดิบพอดี โดยที่ยังมีวง Coconut Sunday, C/O Go! และ Clockwork Motionless รอขึ้นแสดงแจกจ่ายความเพลินให้ฟังกันไปจนถึงช่วงหัวค่ำ

ตัดเข้ามาด้านใน The Dai Dai, Polycat, โอ๊ต ปราโมทย์​ และป๊อบ  ปองกูล ได้ทำการแสดงเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว แม้จะเป็นช่วงบ่าย แต่ในฮอลล์เวทีหลักก็มีคนดูหลักสองถึงสามพันรวมตัวกันอยู่อย่างหนาแน่น บนเวทีตอนที่พวกเราเข้าไปถึงเป็นนักแต่งเพลงสายป็อปมากฝีมือ อะตอม ชนกันต์​ที่กำลังบรรเลงเพลงดังให้ทุกคนฟังกัน

จบจากนั้นก็เป็นคิวของวงร็อกที่ทุกคนรักอย่าง Potato ที่ให้ความมันสมมาตรฐานเสมอมา ต่อด้วยหนึ่งในศิลที่มาแรงที่สุดอย่าง The Toys ที่ขนเพลงดังมาสร้างความสนุกกันเกือบเต็มชั่วโมง ก่อนจะส่งต่อพื้นที่เวทีหลักให้ป็อปสตาร์หน้ากากจิงโจ้ขวัญใจเหล่านุช เป๊ก ผลิตโชค ได้สร้างชั่วโมงที่น่าจดจำร่วมกันกับแฟนคลับที่สนับสนุนกันเสมอมา

ตกดึกก็ได้เวลาคึกคัก เริ่มต้นหนึ่งทุ่มกันด้วยโชว์ของสามแร็ปเปอร์ตัวจี๊ด OG-ANIC x LAZYLOXY x HIGHHOT ที่เข้ามาเปลี่ยนบรรยากาศของงานจากเทศกาลป็อปมิวสิกให้กลายเป็นฮิปฮอปโชว์เต็มรูปแบบ ตามมาด้วยวายร้ายที่หลายคนเทใจให้ ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ UrboyTJ นั่นเอง

และไลน์อัพของงานในค่ำคืนนี้ก็ไม่ปล่อยให้ใครได้พัก เพราะจัดหนักกันต่อด้วยการแสดงสดจาก Twopee Southside และหนึ่งในวงฮิปฮอปที่รุ่นใหญ่และคุณภาพเยี่ยมที่สุดของเมืองไทย นั่นก็คือ Thaitanium ที่จัดเพลงให้ทั้งชาวฮิปและไม่ฮิปได้สนุกกันล้น ๆ เกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม ก่อนที่จะจบโชว์ไปในเวลาราวสี่ทุ่ม ให้ทุกคนได้กลับไปพักร่างกายก่อนมาสนุกกันในวันที่สองซึ่งเป็น Rock Day กันต่อไป

สำหรับวันที่สอง ซึ่งทั้งงานถูกครองด้วยแนวร็อก ที่เวทีเล็กด้านนอกมีวงน่าสนใจขึ้นแสดงหลายวง ทั้ง Starbox ที่มีนักร้องนำเป็นสาวญีปุ่น รวมไปถึง Everose และ Tuan Thailand ที่เล่นปิดท้ายในงานวันนี้ด้วย

ส่วนเวทีหลักด้านใน ก็ถือว่าเลือกวงกันมาให้แบบจัดเต็มไม่ให้พักหายใจหายคอ เปิดหัวกันด้วยร็อกเบา ๆ อย่าง ฟักแฟง No More Tear และ Bedroom Audio ให้ร่างกายได้ขยับเขยื้อนกันเล็กน้อย แล้วพักเบรกให้กระชุ่มกระชวยด้วยดนตรีป็อปสนุกไอเดียสนั่นจาก สแตมป์ อภิวัชร์ ที่ตอนนี้กำลังไปได้สวยกับการออกผลงานกับค่ายเพลงที่ประเทศญี่ปุ่น

ช่วง 14:00 เป็นต้นไป คือเวลาที่เหล่าชาวร็อกจะได้สัมผัสกับความหนักที่เข้มข้นขึ้นไปเรื่อย ๆ เปิดกันด้วยโชว์เท่ ๆ จากเจ้าพ่อชื่อเพลงขัดแย้ง Getsunova ให้ร่างกายกลับมาขยับเขยื้อนกันเบา ๆ ก่อน หลังจากนั้นตัดเข้าสู่ร็อกจานหลักวงแรก ได้แก่ 25 Hours ให้กระโดดกันสนุก ๆ หลังจากนั้นจึงตบด้วยดนตรีร็อกสวยงามและเข้มข้นในแบบฉบับของ Cocktail

และเมื่อถึงเวลาห้าโมงตรง ความอลหม่านที่สุดของงานวันที่สอง Rock Day ก็เปิดขึ้นทันที เพราะนี่คือเวลาที่ Paradox จะขึ้นแสดง! หากวงที่ผ่านมาใส่ 100% ในการแสดง Paradox ก็มอบความบ้าให้แบบเกินค่าตัวไปถึง 120% กันเลยทีเดียว เพลงสนุก ชุดบ้า ลีลาร้อนแรงอันเป็นจุดขายมาครบมาก ๆ

เหงื่อจากการดู Paradox ยังไม่ทันหาย Lomosonic ก็ขึ้นมาวาดลวดลายฉบับวงร็อกไฟแรงยุคใหม่ต่อทันที ดีกรีความเดือดในโชว์อันเลื่องลือถูกปลุกขึ้นมาแบบครบครัน สมมาตรฐานของวงมาก ๆ ยิ่งได้เวทีสเกลใหญ่ระดับนี้เข้าไปด้วยยิ่งโหมให้ความเดือดในกลุ่มคนดูด้านล่างยิ่งลุกโชน

โยนต่อกันมาที่ หนุ่ม กะลา ที่จัดเพลงฮิตมาให้ทั้งเหล่าคอเพลงร็อกรุ่นเล็กได้รู้จักและรุ่นใหญ่ได้รำลึกถึงอดีต ให้หลายคนได้พักร่างกายให้ฟิตพร้อมสำหรับสองวงสุดท้ายในค่ำคืนนี้ ซึ่งได้แก่ Big Ass และ Slot Machine

ซึ่งทั้งสองวงก็ไม่ทำให้คนดูชาวร็อกต้องผิดหวังแต่อย่างใด เพราะให้ทั้งเพลงฮิตและบรรยากาศที่ฮึกเหิม อลังการงานสร้างทั้งด้านซาวด์และลีลาการแสดงบนเวทีได้ดีมาก ๆ เรียกว่าแฟนเพลงเก่าไม่ผิดหวัง และใครที่เพิ่งเคยดูก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่ายอดเยี่ยมมาก ๆ และทำให้ What the Fest วันที่สองจบลงอย่างสมบูรณ์แบบ 100%

เป็นเทศกาลดนตรีครบเครื่องทั้งความสนุกและสบาย เดินทางง่าย แอร์เย็น มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ร่วมสนุกมากมาย แถมเข้าได้ไม่จำกัดอายุ จะแก๊งเด็ก แก๊งผู้ใหญ่ หรือผู้ปกครองพาลูกหลานมาดู What the Fest ก็สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบครัน

เป็นอีกงานที่อยากให้จัดต่อไปเรื่อย ๆ ทุกปีเลยแหละครับ!

Comments